จุดจบอันน่าอนาถ..ของผู้นำเผด็จการที่ข่มเหงชาวพุทธอย่างเลือดเย็น



เรื่องราวอันเป็นอุทาหรณ์

ของเผด็จการผู้เรืองอำนาจถึงขีดสุดแต่ไม่นานต้องพบจุดจบอันน่าอเนจอนาถชดใช้การกระทำที่เคยปฏิบัติต่อพระภิกษุ แม่ชี และชาวพุทธอย่างอำมหิตเลือดเย็น.!

โง ดินห์ เดียม  ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำจอมเผด็จการเขาเกิดในครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกอย่างเคร่งครัด.!

พ.ศ. 2498 

เมื่อโค่นล้มจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ได้สำเร็จ โง ดินห์ เดียมก็สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนามใต้

พ.ศ. 2500-2506  

รัฐบังคับให้ประชาชนทุกคนนับถือศาสนาคริสต์ 

โง ดินห์ นู ผู้เป็นน้องชาย ถูกมอบหมายให้ดำรงตำแหน่ง รมต.มหาดไท ในรัฐบาล โง ดินห์ เดียม ซึ่งเขาเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญคอยเข้มงวดกวดขันประชาชนผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิก จุดชนวนในการกวาดล้างคนพุทธอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา

8 พ.ค. 2506 

ในวันวิสาขบูชาของชาวพุทธ พระสังฆราช โง ดินห์ ถึก พี่ชายของ โง ดินห์ เดียม ประกาศสั่งห้ามชักธงฉัพพรรณรังสี ธงประจำศาสนาพุทธขึ้นสู่ยอดเสา

หากตำรวจพบเห็นให้นำมาเผา แต่ชาวพุทธยังคงจัดงานในวันสำคัญนี้เช่นเคย โดยในปีนี้รัฐบาลได้ส่งคนไปก่อกวนในพิธีดังกล่าวจนทำให้มี ผู้หญิง 1 คน และเด็ก 8 คนเสียชีวิต

จากเหตุการณ์นี้ทำให้ชาวพุทธรู้สึกสะเทือนใจจนออกมาประท้วงเป็นจำนวนมาก พระสังฆราช โง ดินห์ ถึก จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าปราบปราม แบบมิชชั่นคือปราบปรามอย่างเด็ดขาดไม่ต้องคำนึงถึงวิธีการ ในฐานะที่ชาวพุทธเป็นศัตรูของพระเจ้า

เจ้าหน้าที่ขับรถบรรทุกฝ่าฝูงชน ซึ่งเป็นพระภิกษุ แม่ชีที่ประท้วงอยู่บนถนนส่งผลให้ผู้ที่อยู่แถวหน้าเสียชีวิตทันที 80 รูป ชาวพุทธเสียชีวิต 30 คน บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

โดยรัฐบาลอ้างว่า..

มีคอมมิวนิสต์ปลอมเป็นพระ ต้องปราบปรามให้หนักพระยังคงถูกฆ่ามากมาย วัดพุทธถูกเผาทำลาย ประชาชนต้องโทษสถานหนักหากสร้างพระพุทธรูปบูชา ผนวกกับรัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนคำสอนทางพุทธศาสนา และเปลี่ยนเนื้อหาในพระไตรปิฎก

11 ม.ย. 2506

พระภิกษุ ทิก กว๋าง ดึ๊ก วัย 73 ปี แห่งวัดเทียนมู่ ประกาศอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาเพราะทนเห็นความโหดร้ายทารุณ และการกระทำรุนแรงที่มีต่อพระพุทธศาสนาไม่ได้อีกต่อไปท่านตั้งใจแน่วแน่ที่จะหยุดเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมด เพื่อให้ชาวพุทธได้มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา

ท่านเขียนจดหมายร้องขอต่อรัฐบาลโง ดินห์ เดียม ว่า.. 

1. ท่านต้องการปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาดั้งเดิมของชาติ
2. ขอเตือนสติ ให้นึกถึงการกระทำที่บีบคั้น ฆ่าพระ และแม่ชีทั่วประเทศ
3. เรียกร้องให้ปล่อยผู้นำชาวพุทธที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่
4. ขอให้ยุติสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ ไม่ให้มีการฆ่าพระ แม่ชี และชาวพุทธอีกต่อไป 
5. ขอให้ยกเลิกองค์การคณะสงฆ์ที่รัฐบาลตั้งมาเพื่อหลอกลวงปิดบังความจริงจนประชาชนโง่เขลา

กลางถนนสี่แยก เมืองไซง่อน

ขบวนชาวพุทธนับพันคน เดินเท้าสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามอันไร้รูปแบบเมื่อวันวิสาขบูชา ท่านติช กว๋าง ดึ๊ก ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิอธิษฐานจิตอย่างสงบท่ามกลางชาวพุทธ และพระภิกษุที่ห้อมล้อมอยู่ แล้วท่านก็เดิมพันชีวิตของตนท่ามกลางกองเพลิง

ร่างที่ไหม้เกรียมของท่าน ได้รับการห่มคลุมด้วยธงฉัพพรรณรังสีก่อนประกอบพิธีฌาปณกิจแม้สรีระของท่านจะเป็นธุลีแต่หัวใจของท่านในกองเพลิงหาได้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลีแต่อย่างใดชาวพุทธจึงยกย่องว่า ท่านทิก กว๋าง ดึ๊ก คือ พระโพธิสัตว์

ต่อมารัฐบาลโง ดินห์ เดียม ประกาศว่าจะทำตามที่ ท่านทิก กว๋าง ดึ๊ก ร้องขอทุกประการแต่ความเป็นจริงกลับเร่งให้ตำรวจเผาวัด ฆ่าพระพระสงฆ์ระดับผู้ใหญ่ ทำร้ายพระภิกษุ แม่ชี และชาวพุทธหนักข้อขึ้นอีก
วัดกลายเป็นที่ต้องห้ามในการทำพิธีทางศาสนา โดยเอาลวดหนาม และสิ่งกีดขวางไปปิดกั้นตามถนนในเมืองใหญ่ เช่นในเมืองเว้ และไซง่อน 

พระหรือชาวพุทธผู้ใส่ชุดสีขาว กลายเป็นสัญลักษณ์ของของผู้ทำลายความมั่นคงของชาติ

พระที่โกนผมห่มผ้ากาสาวพัสตร์ เป็นเป้าหมายของตำรวจภาพที่พระถูกตำรวจไล่ยิงมรณภาพตามบาทวิถีได้เห็นกันเป็นเรื่องปกติ

ศพของชาวพุทธกองทับกัน ตามฐานเจดีย์คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวัน


วาทกรรมของ.. 

มาดามนู (นางตรัน เล ซวน) น้องสะใภ้ของ โง ดินห์ เดียม กล่าวเย้ยหยันออกอากาศเผยแพร่เป็นภาพข่าวว่า ..

หากพระองค์ใดทำบาร์บีคิวให้เห็นอีก ฉันจะปรบมือพร้อมกับโยนไฟแชค และน้ำมันให้ แล้วเรียกเหตุการณ์นั้นว่า "บาร์บีคิวโชว์"



เดือน ก.ค. 2506

รัฐบาลปฏิเสธอย่างเป็นทางการ ที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ว่าจะเลิกเข่นฆ่าชาวพุทธตามด้วย

การบังคับ..

ให้องค์กรพุทธทั้งหมด

ลงนาม ว่าจะซื่อสัตย์ต่อรัฐบาล โง ดินห์ เดียม 
ต้องเชื่อ ฟังสังฆราชโรมันคาทอลิก 
อยู่ภายใต้คำสั่ง ของสมาคมสงฆ์ที่รัฐตั้งขึ้น 
ลอบวางยา พระสงฆ์ชั้นสูงของพระพุทธศาสนา 
ตั้งข้อหา ให้พระ และชาวพุทธที่ไปรวมตัวสวดมนต์ว่ากำลังนั่งสมาธิเพื่อสาปแช่งรัฐบาล 
สั่งตำรวจเข่นฆ่า ตีกระหน่ำชาวพุทธผู้มาชุมนุมสวดมนต์ที่เมืองพูลัม  และที่พระเจดีย์เกี๊ยกมินท์อย่างโหดเหี้ยมล็อคคอผู้หญิงและเด็กลากขึ้นรถบรรทุกนำไปค่ายกักกันกว่าพันคน

พระเจดีย์ใหญ่อย่างน้อย 3 แห่ง ในเมืองไซง่อน ซึ่งเป็นที่ปฏิบัติธรรมของชาวพุทธถูกตำรวจปิดล้อมทั้งวัดเปิดให้เข้าออกตอนเช้าเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่ก็ไม่มีคนใดออกจากพระเจดีย์ต่างปักหลักอยู่ในพระเจดีย์ทั้ง 3 แห่ง
อาหารที่พระภิกษุบิณฑบาตไว้ ถูกนำออกมาเลี้ยงชาวพุทธจนอาหารลดน้อยลงถึงขนาดที่พระภิกษุ แม่ชี และชาวพุทธต้อง กินข้าวกับเกลือ.!

ประธานาธิบดีโง ดินห์ เดียม ได้สั่งขยี้ประชาชนชาวพุทธ 90 เปอร์เซ็นต์ในเวียดนาม โดยไม่รับฟัง ไม่ยินยอมทำตามคำเรียกร้องใดๆ กลายเป็น เผด็จการทางศาสนาโดยสมบูรณ์


เดือน ส.ค. 2506

เจดีย์วัดซาลอย เมืองเว้ พระภิกษุ และแม่ชีถูกกวาดล้างเข่นฆ่าทารุณด้วยกองกำลังตำรวจ 15,000 นาย กระจายกำลังล้อมรอบเจดีย์วัดซาลอย และวัดต่างๆ โดยนำลวดหนามมาล้อมป้องกันไม่ให้คนข้างในหนีออกได้

ตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวด สถานการณ์เริ่มตึงเครียดแต่เสียงสวดมนต์จากในวัดยังดังผ่านอากาศออกมาถึงชาวพุทธที่อยู่ด้านนอก ต่อมามีเสียงปืน และเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นภายในวัด ตำรวจไล่ฆ่าพระ และแม่ชีอย่างบ้างคลั่ง

บางรูปถูกตีด้วยพานท้ายปืน บ้างถูกยิงเข้ากลางหลัง พระบางรูปถูกยิงร่วงลงจากกำแพงวัด บางรูปวิ่งหนีขึ้นไปซ่อนตัวในเจดีย์ถ้าถูกตามทันก็จับโยนลงมาจากชั้น 4  มรณภาพอย่างน่าอนาถ ทั้งยังมีการรื้อค้น และทุบทำลายศาสนสมบัติตามมาอีกด้วย
คืนนั้นที่วัดซาลอยรถบรรทุกหลายสิบคัน อัดแน่นไปด้วยพระภิกษุ 700 รูป แม่ชี และชาวพุทธที่ถูกกวาดต้อนขึ้นรถเหมือนสัตว์เลี้ยง

นอกจากเจดีย์วัดซาลอย เมืองเว้ ที่เมืองไซง่อนก็ได้เห็นภาพตำรวจทหารเต็มท้องถนน เข้าควบคุมยึดพื้นที่เจดีย์ในวัดต่างๆ เช่นเดียวกับวัดซาลอย มีพระ แม่ชี ชาวพุทธที่ถูกจับกุมทั้งหมดคืนนั้นกว่าหมื่นคน


ประกาศกฎอัยการศึก

สังฆราชโง ดินห์ ถึก ประกาศกฎอัยการศึกใช้เฉพาะชาวพุทธโดยตำรวจสามารถยิงประชาชนได้อย่างอิสระ

พระสังฆราชของชาวพุทธถูกจับไปขัง ถูกซ้อม และบังคับให้แถลงการมอบอำนาจการบริหารงานคณะสงฆ์ให้กับคริสต์เตียน

พระที่ปลอมเข้ามาบวชเป็นพระ ชื่อทิจ เทียน หัว ซึ่งเป็นคนของโง ดินห์ ถึก ถูกแต่งตั้งให้เป็น ประธานคณะกรรมการป้องกันพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดูแลกิจกรรมของชาวพุทธในเวียดนามใต้


การกระทำของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อจิตใจของนายทหารส่วนใหญ่ที่เป็นชาวพุทธ ต่างผูกผ้าพันคอสีเหลืองไว้ทุกข์ ออกมาเปิดเผยการกระทำที่ไม่ถูกต้องของรัฐบาลไปสู่สายตาประชาโลกประกาศพร้อมรบ และยอมตายเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา

1 พ.ย. 2506 พบจุดจบ.!

นายพล เดือง วัน มินห์ ที่ปรึกษาทางการทหารของ โง ดินห์ เดียม และนายพลเหงียน คาห์น นำกำลังทำการยึดอำนาจได้สำเร็จ  โง ดินห์ เดียม และ โง ดินห์ ถึก ได้หลบหนีลงทางลับใต้ดินภายในทำเนียบออกสู่ชายฝั่งแม่น้ำโขง และซ่อนตัวอยู่ในเมืองโซลอง แต่ในที่สุดก็ถูกจับได้ภายในโบสถ์คริสต์โรมันคาทอลิค

ในระหว่างทางที่นำตัว โง ดินห์ เดียม และ โง ดินห์ ถึก สังฆราชคริสเตียนโรมันคาทอลิก พี่ชายผู้สร้างกรรมหนักไว้กับชาวพุทธ

ก็ถูกพลขับยิงทิ้งเสียชีวิตทั้งหมด แล้วเอาเชือกผูกศพที่ท้ายรถเกราะลากร่างพวกเขากลับไปยังทำเนียบประธานาธิบดี

สำหรับตำรวจลับ และข้าราชการ ที่ได้ใช้อำนาจเข่นฆ่าทำลายพุทธบริษัท และวัดในพุทธศาสนาก็ถูกพิพากษาลงโทษประหารทั้งหมด เรียกว่า "ล้างบาง" แม้แต่คนต่างชาติที่ให้การสนับสนุนพวกเขาก็ถูกลอบสังหารเสียชีวิตในที่สุด

Click > เดจาวู.! ภาพซ้ำจากเวียดนามใต้ 2506 สู่วัดธรรมกาย 2560


คลิกดูแล้วจะรู้ว่า...กัน
กำจัดพุทธเวียดนามสู่พุทธไทย
..การทำลายล้างพระพุทธศาสนาจากศาสนิกต่างความเชื่อยังส่งผลเป็นความวอดวายถึงเพียงนี้แล้วหากเป็นการทำลายล้างจากชาวพุทธด้วยกันเอง ก็คงไม่เหลือแม้ซากแห่งความทรงจำไว้ให้คนรุ่นหลังได้พบเห็น.!


ขอบคุณข้อมูล และภาพจาก
Sky Bird You tube
Mthai ฤาประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยจากเวียดนามสู่ไทย (ตอนที่ 9-10)
จุดจบอันน่าอนาถ..ของผู้นำเผด็จการที่ข่มเหงชาวพุทธอย่างเลือดเย็น จุดจบอันน่าอนาถ..ของผู้นำเผด็จการที่ข่มเหงชาวพุทธอย่างเลือดเย็น Reviewed by สารธรรม on 08:23 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.