รู้ผิดคิดใหม่...พระจับเงินไม่ใช่มหาโจร Full version




การเอาเงินทองให้พระเหมือนส่งเสริมให้ พระเป็นโจร มีการเปรียบเทียบกับมหาโจร 5 จำพวก ซึ่งเป็นคำที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก ...จริงหรือ?

หลวงพี่สงสารคนพูดตรงที่ว่า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรบทหนึ่งว่า พระ หรือทักขิไณยบุคคล เป็นเหมือน ไฟ อย่างไปเสี่ยงอย่าไปเล่น พระคือผู้ที่มีศีลที่เยอะกว่าโยม ต่อให้ศีลหายไปร้อยข้อก็ยังเยอะกว่าโยมอยู่ดี การพูดในลักษณะแบบนี้มันบาปปากนะ

คำว่า "มหาโจร" พระพุทธเจ้าท่านเปรียบกับ

พระที่เลี้ยงชีพด้วยการ อวดอุตริมนุสธรรม ไม่มีมรรคผลก็ไปอวดว่าตัวเองมีมรรคผล แล้วโยมเขาก็ถวายลาภสักการะมาซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเงินอย่างเดียวอาจจะเป็นข้าวปลาอาหาร หรือกุฏิ พระพุทธเจ้าท่านจึงอุปมาไว้ว่านี่คือ มหาโจร


ไม่เคยมีถ้อยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บอกว่า

พระรับเงิน คือ มหาโจร เรื่องมหาโจรไปเปิดดูมีอยู่ที่เดียว ที่พระพุทธเจ้าท่านพูดถึงปาราชิกสิกขาบทที่ 4 คือ อวดอุตริมนุสธรรม ที่ท่านเทียบกับมหาโจร
อันนี้ไม่ใช่พุทธพจน์โยมกำลังพูดเอง แล้วสิ่งที่โยมพูดก็แรงเกินเหตุไป
ก่อนจะบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่านี่คือ มหาโจร 5 จำพวก ให้ไปดูซะก่อนว่าท่านตรัสไว้ที่ตรงไหน อย่ามาจับแพะชนแกะ มันไม่ถูก

โยมจะบาปไหมถ้าถวายปัจจัยพระ?


ถ้าโยมถวายปัจจัยไม่ได้ ในพุทธกาลมันก็คงไม่มีเรื่อง แล้วก็เคยมีโยมถวายปัจจัยมาแล้ว พระรับได้ คือมีโยมคนหนึ่งอยากจะถวายจีวร จึงถามพระไปว่าท่านมีไวยาวัจกรไหม พระก็บอกว่านั่นไงไวยาวัจกร เขาจึงเอาเงินไปฝากไว้กับไวยาวัจกรพร้อมกับบอกว่า
ถ้าพระคุณเจ้าอยากจะได้จีวรเมื่อไหร่ให้มาบอกคุณ แล้วคุณก็เอาเงินนี้ไปซื้อจีวรถวายท่านนะ นี่คือสิกขาบทข้อหนึ่งที่ทำได้

การที่โยมถวายเงินไม่ได้เป็นบาปของโยม แต่มันคือความเสี่ยงของพระในเรื่องของวินัย ถามพระว่าผิดไหม หลวงพี่ก็ยอมรับว่ามันผิด



แต่พอมา ณ วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปถ้าเกิดเราจะไม่ใช้เงินเลย

ถามว่าเราจะรักษาพระศาสนานี้ไว้ได้ไหม...มันยากมากนะ แค่จะทำให้เราอยู่ได้ก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคิดจะขยายให้พระศาสนาเจริญขึ้นก็ยิ่งยากมาก เวลาพูดถึงสิกขาบทที่มีอยู่เยอะแยะ ณ ปัจจุบันนี้เราก็ทำไม่ได้ตั้งหลายอย่าง

เช่น ในอดีตมีพระไปนั่งยานหรือโคเทียมเกวียน ซึ่งคนบังคับวัวให้เดินไปบางครั้งก็เป็นผู้ชายบ้าง เป็นผู้หญิงบ้าง  เป็นวัวตัวผู้บ้าง ตัวเมียบ้าง โยมจึงตำหนิพระ ว่าไปนั่งอย่างนี้ทำเหมือนกับคนจะไปอาบน้ำด้วยกัน พระพุทธเจ้าจึงห้ามพระนั่งยาน

แล้วปัจจุบัน "ยาน" คืออะไรก็คือ "รถ"

เวลาเราพูดถึงสิกขาบท เราต้องดูให้มันสมบูรณ์ เพราะเมื่อเทียบเป็นธรรมขันธ์นี้คือ 21,000 พระธรรมขันธ์ 1 ใน 4 ของคำสอนพระพุทธเจ้าเลยนะ

เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าศีลของพระ

เป็น อปริยันตะ ก็คือศีลที่ไม่มีที่สิ้นสุด เยอะมากไม่มีใครจำได้หมด ดังนั้นถามว่า พระผิดศีล หรือต้องอาบัติบ่อยไหมหลวงพี่ว่าบ่อยนะ ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว พระถึงต้องปลงอาบัติกันปกติ ก็พยายามทำไปสู่จุดที่มันดีกับพระเอง ดีกับสาธุชนญาติโยมแล้วก็อยู่รักษาพระพุทธศาสนากันมาถึงวันนี้


...มีคำบรรยายในเชิงที่ว่า ถ้าไม่ให้เงินพระ พระป่วยไข้ได้เจ็บ ไม่มีอาหาร พระจะอยู่ไม่ได้ ทำไมไม่ถามคนนั้นละว่าจะเป็นพระทำไม ก็ลาสิกขาบทได้กลับมามีเงินมีทองได้ในเพศคฤหัสถ์

จะมีวัดร้าง หรือจะมีโจรในผ้าเหลืองที่รับเงินรับทอง เพราะไม่ได้ประพฤติตามพระธรรมวินัย เป็นมหาโจร เพราะฉะนั้นต้องไตร่ตรองนะคะ อยากให้มีโจรหรือเพียงแต่ขึ้นชื่อว่ามีวัด แล้วก็มีไว้เพื่ออะไร...(http://www.dhammahome.com/audio/topic/10655)


หลวงพี่ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอาจารย์
ได้อ่านธรรมะขนาดไหน คือ ถ้าเกิดทำตามสิกขาบทไม่ได้ แล้วต้องให้พระสึกมาเป็นโยมนี่ หลวงพี่ว่าอาจารย์หลงประเด็นไปเยอะมากนะ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยไล่พระสึกเลยนะ อาจารย์เก่งกว่าพระพุทธเจ้าอีกหรือ ถึงจะไล่พระสึก?

พระพุทธเจ้าเห็นพระอาบัติเยอะแยะตลอดเวลา ท่านไม่เคยไล่สึกเลยสักองค์หนึ่ง แม้กระทั่งองค์ที่สร้างอาบัติใหม่แล้วก็ทำลายอาบัติที่ตัวเองทำมาซ้ำอีก ถึงขนาดพระพุทธเจ้าเรียก โมฆบุรุษ คือ บุรุษผู้ว่างเปล่า

แต่พระองค์ไม่เคยบอกว่า เธอจงสึกไป ด้วยเหตุที่ว่าทำไม่ได้ในสิกขาบท มีแต่ว่า เธอต้องอาบัติอะไร เธอจงแก้ไขตามนั้น เพราะพระทั้งประเทศไม่ใช่พระอรหันต์ ยังไงก็มีโอกาสทำผิดอยู่แล้วไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง

มีอย่างเดียวที่พระพุทธเจ้าให้สึกคือ ภิกษุณี ผู้หญิงนี่แหละ ที่ทำผิดในระดับที่พระพุทธเจ้าบอกว่า "เธอจงไปสึกภิกษุณีนี้ซะ"

อย่างพระอานนท์ตอนเป็น พระโสดาบัน ท่านก็เคยทำผิดเคยเป็นต้นบัญญัติ พระฉันนะ ที่เป็นสหชาติพระพุทธเจ้า ท่านก็เป็นต้นบัญญัติอยู่หลายเรื่องมาก แต่สุดท้ายแล้วท่านเป็น พระอรหันต์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึง ไม่เคยไล่พระที่ไม่สามารถรักษาพระวินัยของท่าน ได้สมบูรณ์บริบูรณ์ให้ ลาสิกขา
อาจารย์ก้าวล่วงมากไปแล้วจริงๆ อาจารย์บาปมาก ถ้าคิดว่าคุณรับเงินแล้วคุณทำตรงนี้ไม่ได้คุณลาสิกขาไปซะ พระพุทธเจ้ายังไม่ทำเลย เพราะว่าท่านเห็นประโยชน์ของการมีพระมาบวช
 

ยกตัวอย่างพระสักองค์ดีกว่า

อย่างเช่น พระจูฬปันถก พระอรหันต์ผู้เป็นเอตทัคคะองค์หนึ่ง ท่านมีพระพี่ชายซึ่งมาบวชก่อนแล้วก็ได้เป็นพระอรหันต์ชื่อ มหาปันถก ส่วนพระจูฬปันถกนั้นบวชตามมาในภายหลัง แต่ว่ามีวิบากกรรมจึงทำให้ท่านจำธรรมะอะไรไม่ค่อยได้ จึงทำให้ไม่ก้าวหน้าในพระธรรมวินัย จนพระพี่ชายบอกว่า

เธอลาสิกขาไปเถอะ!

ท่านไม่อยากลาสิกขาเพราะท่านรักเพศภาวะนี้ เดินร้องไห้จนไปเจอพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากทราบเรื่องแล้วพระองค์ก็บอกว่า เธอบวชเพราะเรา บวชเพื่ออุทิศเรา ไม่ใช่บวชเพื่อพี่ชาย ดังนั้นไม่ต้องลาสิกขา แล้วท่านก็สอน แล้วพระจูฬปันถกก็เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งได้เหมือนกัน

ถ้าอาจารย์ติดใจประเด็น

เรื่องพระรับเงินรับทอง หลวงพี่ว่าอนาคตต่อไปอีก 30-50 ปีนี่ จะมีเรื่องอื่นมากกว่านี้อีก วันหนึ่งข้างหน้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกไว้แล้วว่า พระสงฆ์ในอนาคตกาล จะเอาจีวรมาม้วนๆ คล้องคอ คล้องแขน ขอดไว้ที่ผมบ้าง แล้วท่านจะมีภรรยา จะทำมาหากินทำไร่ไถนาอีกด้วย

แต่คนในยุคนั้นก็จะยอมรับว่านี่คือพระสงฆ์ แล้วเวลาทำบุญเขาก็จะทำกับคนชุดนี้ แสดงว่าตอนนั้นเขาไม่มีทางเลือกแล้วนะ พระพุทธเจ้าบอกว่าแม้ทำอุทิศในสงฆ์แบบนี้ ก็ยังได้บุญนับประมาณไม่ได้

ฉะนั้นอย่าไปกลัวเลยว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร เพราะในอนาคตจะยิ่งกว่านี้อีกแน่ๆ

แต่หลวงพี่ดีใจนะที่อาจารย์ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ไปถึงตรงนั้น เพราะว่าจะคลั่งแน่ถ้าเกิดไปเจอแบบนั้น หลวงพี่ก็ดีใจที่หลวงพี่จะไม่อยู่ไปถึงตรงนั้นเหมือนกัน เพราะก็คงช้ำใจเหมือนกัน

ถ้าเราเชื่อมั่นในพระพุทธเจ้านะ สิ่งนั้นเกิดแน่จงทำใจเถอะว่ามันจะลงไปเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าจะทำยังไงให้คำสอนของพระพุทธเจ้ายังเป็นประโยชน์กับโลกใบนี้

การที่มาบอกว่าพระทำอย่างนี้อย่างนั้นไม่ได้ ถ้าจะเอาตามพุทธพจน์ ถ้าพระจะทำ มีวิธีที่ทำได้จริงๆ  แต่พระก็พยายามอยู่ว่าเราทำอย่างไรถึงจะคงทุกอย่างเอาไว้ได้ ถึงแม้ว่าหลายเรื่องทำได้ยากมากก็ตามแต่...

เพราะเรายังเคารพในการตัดสินใจของพระเถระ เรานึกถึงจิตใจของสาธุชนที่อยากเห็น พระเคร่งครัดในพระธรรมวินัย

แต่วันนี้มันก็ต้องหาจุดพอดีกันนะ

ในเมื่อเรากำลังจะรักษาศาสนา จะนำคำสอนของพระพุทธเจ้าไปทำให้เกิดประโยชน์กับชาวโลก แล้ววันนี้มาทำแบบนี้เพื่ออะไร ถ้าบีบคั้นกันให้สุดแบบนี้นะ โอเค...อย่างนั้นคุณเป็นเถรวาทกันต่อไป

เดี๋ยวพระทั้งแผ่นดินนี่จะเป็นพุทธวาท หมายถึง จะเป็นนิกายอะไรก็ได้ แต่ปรับสิกขาบทตามเจตนารมณ์ของพระพุทธเจ้า แล้วคิดว่าจะมีคนไหลมาทางเราไหม หลวงพี่คิดว่ามีนะ

ก็เหมือนตอน เถรวาท กับ มหายาน เขาแบ่งกันออกไป ก็ยังมีชาวพุทธส่วนใหญ่เกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ไปเป็นพุทธมหายาน ในขณะที่เถรวาทมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์

ถ้าวันนี้พระในประเทศไทยจะแบ่งเป็น พุทธวาท กับ เถรวาท ขึ้นมา ก็จะกลายเป็นว่าสงฆ์เกิดการแตกแยกกันอีกแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา

ดังนั้นเราสามัคคีกันไม่ดีเหรอ หาจุดพอดี ที่จะทำให้ศาสนานี้เป็นประโยชน์กับชาวโลก!

พระพยายามจะเคร่งครัดกันอยู่แล้ว ท่านก็ทำตามสิกขาบทกันอยู่แล้ว ไม่ได้ต้องการจะไปแก้ไข ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ไม่ได้อยากจะรวย ไม่ต้องการจะเป็นมหาโจร ถ้าจะเป็น มหาโจร แล้วจะมารักษาศีล 227 ข้อทำไม
แต่เพราะพระก็รักชีวิตแบบพระ เราก็อยากทำให้ถูกทุกอย่าง แต่ความรู้สติปัญญาเท่านี้ กิเลสที่มันยังมีอยู่ มันยังไม่สามารถทะลุทะลวงไปสู่จุดตรงนั้นได้

 

ดังนั้นจึงต้องมามองความจริงว่า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่าน ให้โอกาสพระ ที่ยังไม่ไปสู่มรรคผลนิพพาน ท่านวางของท่านไว้อย่างไร สมมติพระรับเงินผิดใช่ไหม ต้องอาบัติใช่ไหม  แล้วทำอย่างไร พระก็รับความเสี่ยงตรงนั้นมา พระบาปใช่ไหม แล้วถ้าตายไปต้องตกนรกเพราะเรื่องนี้ พระก็รับไว้เอง


ถ้าโยมยังไม่สบายใจ

โยมก็ไปทำบุญกับพระที่ท่านไม่รับเงิน หรือ โยมก็ไม่ต้องถวายปัจจัยพระ แค่นี้มันก็ง่าย ส่วนพระที่ไม่ต้องอาบัติเลย ศีลสะอาดบริสุทธิ์จริงๆ โยมต้องไปหาเอาเองว่าองค์ไหนคือ เนื้อนาบุญของเรา
พระที่ศีลบริสุทธิ์อย่างแท้จริง หมายถึง พระที่ต้องรับผิดชอบศีลที่อยู่นอกปาฏิโมกข์ด้วย คือต้องรักษาศีลให้ได้ทั้ง 21,000 พระธรรมขันธ์ โยมจงไปหา พระอรหันต์ ถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ทำบุญไปโยมก็จะได้ประโยชน์

คือถ้าอยากจะเอาแบบ...ตรงเป๊ะ

ถ้าถึงตอนนั้นพระจะทำจริงๆ พระจะเป็นพุทธวาท โยมอย่าโวยนะ แล้วถ้าโยมบอกว่าไม่ได้ต้องเป็น เถรวาท ก็แสดงว่าโยมไม่เชื่อพระพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้าบอกว่าถ้าสงฆ์ (พระตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป) จะยกเลิกสิกขาบทเล็กน้อยสามารถทำได้

เงื่อนเรื่องนี้ถ้าจะเอากันจริงๆ ทำได้เลย เราจะเป็นพุทธวาทแล้ว แบบที่พระพุทธเจ้าท่านว่าคือเชื่อโอวาทพระพุทะเจ้า เพราะฉะนั้นถ้าทำปุ๊บนะ...ทุกอย่างเคลียร์หมดไม่มีข้อโต้แย้งได้อีก

ไม่ใช่อยู่ดีๆ อยากจะอ้างพระเถระว่าท่านไม่ให้แก้ไข ก็เอาพระเถระมาอ้าง แต่พออยากจะ อ้างพระพุทธเจ้า ก็ไปบอกมาว่า พระพุทธเจ้าตรัส อย่างนั้นอย่างนี้ตกลงจะเชื่อใครกันแน่?

 

กลับไปดูคำสอนของพระพุทธเจ้าดีกว่า

คุยกันมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งคิดว่าหลวงพี่ต่อต้านสิกขาบทนี้ เพื่อที่จะหาทางจะรับเงินให้ได้นะ.!

หลวงพี่ยังยืนยันว่าหลวงพี่ยังเคารพในสิกขาบท เคารพในคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า เงินทองมันเป็นอันตราย เราเองก็รู้ว่ามันเป็นอันตราย พระมหากัสสปะ และพระเถระ 500 รูป ที่ทำ ปฐมสังคายนา ท่านห้ามไม่ให้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย หลวงพี่ก็ยังเคารพอยู่

ทุกวันนี้รับถวายมารู้ว่าผิดไหม รู้ว่าผิด แต่หลวงพี่จะบอกว่า…

คุณทำอะไรหลวงพี่ไม่ได้หรอก  เพราะสิกขาบทนี้เป็นสิกขาบทที่แก้ไขได้ ไม่ใช่ว่าพระต้องลาสิกขาให้พ้นจากความเป็นพระ

ถ้ามันจะตกนรกในเรื่องนี้นะ หลวงพี่จึงบอกว่าจะขอแบกรับภาระนี้เอาไว้เอง หลวงพี่กลัวนรกแต่เชื่อมั่นว่าหลวงพี่จะไม่ตกนรก


กฎแห่งกรรมเป็นกฎสากล

ถ้าการจับเงินจับทองมันเป็นบาป ทุกคนที่จับแม้แต่โยมก็ต้องบาป แต่ที่พระพุทธเจ้า ไม่ให้พระจับเงินจับทอง วัตถุประสงค์คือ พระพุทธเจ้ากลัวจะไปนำเอากามคุณเข้ามา แต่เมื่อรู้ว่ามีความเสี่ยง แล้วพระจะจัดการกับความเสี่ยงตรงนี้อย่างไร จุดนี้ต่างหากที่ควรคิด

เพราะฉะนั้นหลวงพี่ก็พยายามจัดการกับความเสี่ยงตรงนี้ของหลวงพี่ จึงเชื่อมั่นว่าตัวเองน่าจะทำความดีมากกว่าความชั่ว ในเพศภาวะของความเป็นพระ พอชั่งน้ำหนักแล้วถ้าหลวงพี่บวชไปจนกระทั่งวันตาย เชื่อมั่นว่ามีความดีมากกว่าความชั่ว และความดีที่เราทำมาคงไม่ดึงเราไปอบายแน่นอน

แต่วันนี้ที่เป็นห่วงก็คือ ห่วงโยมมากกว่าเพราะแค่ศีล 5 ก็ยังทำกันไม่ได้ ดังนั้นโยมไม่ต้องห่วงหลวงพี่นะ หลวงพี่รับผิดชอบตัวเองอยู่ตอนนี้ โยมก็ห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่า

ปัจจัยที่รับมา พระเอาไปทำอะไร?

ก็เอาไปใช้ในสิ่งจำเป็น ที่โยมถวายมาเพราะเขาคิดว่าพระต้องใช้จ่าย เช่น สบู่ ยาสระผม ถ้าจะต้องไปเรียนก็ใช้เป็นค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล เก็บไว้ส่วนหนึ่งเผื่อยามฉุกเฉินที่เหลือทำอะไรต่อ ถ้าเป็นหลวงพี่เกินครึ่งที่เอาไปทำบุญต่อ

ตัวเองบวชเป็นพระมา 22 พรรษา ไม่ได้อยากจะมารวย แต่อยากจะมาฝึกตัวมาทำงานรักษาพระศาสนามากกว่า

จุดพอดีมันน่าจะอยู่ตรงไหน

ก็อยู่ตรงที่ทำให้เราสามารถรักษาพระศาสนานี้เอาไว้ได้ เงินที่ถวายพระมาไม่ได้ทำให้พระรวยหรอก คุณอาจจะเจอข่าวว่าพระมีเงินเยอะ แต่มีกี่องค์กันที่มีเงินขนาดนั้น

โยมต้องจินตนาการน้อยกว่านี้นิดหนึ่ง ว่าถวายเงินมาให้พระแล้วทำให้พระร่ำรวย พระไม่ได้รวยขนาดนั้นหรอก

ถ้ารวยนี่คุณไปบอกครอบครัวคุณที่เป็นผู้ชายมาบวชเถอะ บ้านคุณจะรวยกันใหญ่เลยคราวนี้ มาบวชกันเถอะ จะไปจนกันอยู่ทำไมข้างนอก


คลิกที่ภาพ เพื่อรับชมวีดีโอ
 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
Fb เรื่องเล่าเข้าใจธรรม Live 28 ก.ค. 60
Fb ภาพดีๆ 072
รู้ผิดคิดใหม่...พระจับเงินไม่ใช่มหาโจร Full version รู้ผิดคิดใหม่...พระจับเงินไม่ใช่มหาโจร Full version Reviewed by สารธรรม on 20:42 Rating: 5

1 ความคิดเห็น:

  1. คุณอาจารย์หญิงออกมาจ้องจับผิด
    เข้าตำราโดนต้มยำตอนแก่
    มองเห็นทลุหน้าอาจารย์เข้าไปถึงใจ
    ดั่งสุภาษิตที่ว่ามือถือสากปากถือศีล

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.